ส่องประโยชน์สุดปังของน้ำมันปลา สรรพคุณเกินคาดที่คุณอาจไม่เคยรู้

ปัจจุบันคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและไม่เกิดการเจ็บป่วยมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน หรือกลุ่มคนวัยเกษียณ จะเห็นได้ว่ามีหลากหลายกิจกรรม ทั้งการออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส แต่นอกเหนือจากการออกกำลังเพื่อสุขภาพแล้ว หลายคนนิยมเลือกทานอาหารเสริมต่างๆ เพื่อบำรุงสุขภาพทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงเพื่อประโยชน์ของการรักษาและป้องกันอาการป่วย

ซึ่งอาหารเสริมที่รู้จักกันดีและทานกันอย่างแพร่หลาย ก็คือ น้ำมันปลา หรือ Fish Oil หนึ่งในอาหารเสริมสุขภาพที่ให้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งประโยชน์ของน้ำมันปลาที่รู้จักกันดี คือมีงานวิจัยว่าช่วยในการบำรุงสมองและช่วยในเรื่องของความจำ แต่น้ำมันปลายังมีประโยชน์อีกมากมายต่อร่างกายของเรา เช่น ช่วยลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันสูง และช่วยในเรื่องของโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ได้อีกด้วย

และหากใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์น้ำมันปลา เพื่อเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ กิฟฟารีนผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย ยกกองทัพน้ำมันปลาหลากหลายขนาดสุดคุ้ม  มาเพื่อตอบโจทย์ให้กับคนรักสุขภาพแล้ว กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กิฟฟารีน น้ำมันปลา (Giffarine Fish Oil) ชนิดแคปซูล มีให้เลือกทั้งแบบ น้ำมันปลา 500 มิลลิกรัม (ให้อีพีเอ 90 มก. ดีเอชเอ 60 มก.) และ 1000 มิลลิกรัม(ให้อีพีเอ 180 มก. ดีเอชเอ 120 มก.)   โดยบรรจุที่ขนาด 50 และ 90 แคปซูล  และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กิฟฟารีน น้ำมันปลา 4X (Giffarine Fish Oil 4X)  บรรจุน้ำมันปลา 1000 มิลลิกรัม (ให้อีพีเอ 100 มก. ดีเอชเอ 500 มก) มีใหเลือก 2 ขนาดทั้งแบบ 30 และ 60 แคปซูล โดยน้ำมันปลาจากกิฟฟารีนใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพตามมาตรฐานทางเภสัชและมาตรฐาน GOED (Global Organization for EPA and DHA Omega-3)  ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้และการจดจำ โดยน้ำมันปลาสกัดมาจากส่วนเนื้อ หัว และหางของปลาทะเล ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่มนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ เรียกว่า โอเมก้า-3 (Omega-3) 

ซึ่งในกลุ่มของโอเมก้า 3 นั้น มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว 2 ชนิดที่สำคัญ ได้แก่ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก (Docosahexaenoic acid) หรือ DHA มีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมอง ช่วยให้เซลล์สมองแข็งแรง ช่วยให้สารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้สะดวกขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์สมอง และ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก (Eicosapentaenoic Acid) หรือ EPA ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดความหนืดและทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ลดอาการอักเสบที่เกิดจากโรคข้อเสื่อม และข้ออักเสบรูมาตอยด์

บอกเลยว่าน้ำมันปลามีโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์จึงเหมาะกับคนหลายกลุ่มหลายช่วงอายุ เช่น ผู้ที่มีปัญหาปวดข้อเข่า ข้อเข่าเสื่อม หรือข้ออักเสบรูมาตอยด์  ผู้ที่รับประทานอาหารได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้อาจขาดกรดไขมันที่จำเป็น หรือผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพทั่วไป ก็สามารถทานน้ำมันปลาเพื่อดูแลสุขภาพได้เช่นกัน